2009/Jan/12

น้ำ

คน

ถูกความร้อน

ช่วงที่วุ่นวายที่สุดในชีวิต หลายอารมณ์ หลายความรู้สึก สับสน ชีวิตหมดทางแก้..

ระเหย

เสียใจ ร้องไห้ ฟูมฟาย..

กลายเป็นไอ

อยากตาย.. ล่องลอย คิดอะไรไม่ออก

เมื่อถึงจุดสูงสุด

ถึงจุด ๆ หนึ่ง

ควบแน่น

คิดได้

กลายเป็นหยดน้ำ

ลงมือแก้

หยดลงในแหล่งน้ำ...

ความคิดเปลี่ยนไป...

ลำธาร

เป็นตัวของตัวเอง แต่ยังคงประโยชน์ไว้กับส่วนรวม

ลำคลองสกปรก

ทำร้ายตัวเอง คนรอบข้าง หายประโยชน์ใดไม่ได้..

ทะเล

เหงา อ้างว้าง เดียวดาย ยังคงใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องผ่านการกลั่น กรอง

ไปจนถึงขั้วโลก... 

หนาว.. แข็ง.. เย็นชา.. ไร้หัวใจ.. รอการหลอมละลายที่สามารถทำได้ยาก...

.

 

.

 

.

 

 

ไฟอาจทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้กำเนิดชีวิตใหม่...

 

คนเราเหมือนกับฟองน้ำ ดูดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ลองเอาแม่งไปโยนลงกระทะ

 

ถึงแม้จะมีคราบ หรือสิ่งสกปรกไม่น่ามอง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ.. H2Oบริสุทธิ์ จำนวณมากลอยขึ้นสู่อากาศ ตามจำนวนน้ำที่ได้รับ

 

แล้วทิ้งซากเชื้อโรค เชื่อรา บ้าบอไว้กับฟองน้ำข้างล่าง

 

ยิ่งไฟแรงเท่าไหร่  H2O ที่ได้ก็ยิ่งมากเท่านั้น

 

แต่หากไฟไม่สามารถดับได้ ก่อนที่ฟองน้ำจะแห้ง

 

ฟองน้ำที่แห้ง จะลุกเป็นไฟ.. สลายตัวเองในชั่วพริบตา

 

บางคน เลือกที่จะดับชีวิตตัวเอง แทนที่จะดับไฟ

 

และ... ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถดับไฟได้ก่อนที่ฟองน้ำจะไหม้

 

ไม่น่าดูเลยจริง ๆ ...

 

.

 

.

 

.

 

เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง

 

จุด ๆ นี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน

 

อยู่ที่ว่าใครจะมีเหตุการ์ณอะไรมาให้นึกได้ หรือคิดได้

 

บางคน ร้องไห้ได้ 3 วัน.. อยู่ดี ๆ นึกอยากตาย.. แต่กลับคิดได้

 

เห้ย.. ฉันทำอะไรอยู่ ไร้สาระว่ะ

 

.. ใช่ คุณทำอะไรอยู่?

 

 

““ถ้าคุณกำลังร้องไห้ จงร้องไห้ออกมาเถอะ

                                    คุณไม่ได้อ่อนแอ.. แต่คุณกำลังหัดที่จะเข้มแข็งต่างหาก... ( ข้อความจากหนังสือโลกนี้ไม่มีคนอ่อนแอ มีแต่คนที่ขาดกำลังใจ.. ขออภัย จำชื่อคนเขียนไม่ได้ (ชื่อหนังสือก็ไม่แม่น))

 

ป.ล.กึ่งสด กึ่งดิบ เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่.. แล้วเอามาเขียนใหม่ทั้งหมดเมื่อกี้ -*- งง ๆ ตรงไหน ก็ ขอโทษด้วยนะคะ ^^~

edit @ 12 Jan 2009 21:11:44 by กวางทองสีน้ำเงิน

2009/Jan/08

ไอ้ Theme แบบใหม่มันใช้ยังไง(วะ)คะ - -*

2007/Jul/20

เคยไหม... เวลาที่เราอยากคืนดีกับเพื่อนที่เพิ่งทะเลาะกันในเรื่องไร้สาระ อยากขอโทษใจแทบขาดที่ทำตัวงี่เง่าออกไป แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ ทำให้เราไม่สามารถพูดไปตามที่ใจคิดได้ เพราะคำว่าโตแล้ว... ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่ต้องยอมรับความผิด รู้สึกเสียศักดิ์ศรี ที่จะต้องพูดคำว่าขอโทษออกไป ต่างฝ่ายต่างมทิฐิ จนสุดท้ายทำให้ต้องเสียเพื่อนไปเพียงเพราะคำว่า "ทิฐิ"

แล้วเคยไหม... เวลาที่เราอยากไปเที่ยวกับเพื่อนใจแทบขาด แต่เราไม่ว่างเพราะงานรัดตัว ทำให้ต้องบอกพวกมันออกไปว่า "งานมันเร่ง กูไปไม่ได้" ทำให้เพื่อนได้แต่ยืนตาละห้อย อยากให้เราไปด้วย แต่เรากลับไม่ว่าง แรก ๆ พวกมันก็เข้าใจ แต่หลัง ๆ ทำไมมันทำตัวห่างเหินก็ไม่รู้...

วันนี้เป็นวันเกิดกวางเองแหละ ที่จริงก็ไม่ได้อยากนอนดึกเท่าไหร่หรอก เพราะช่วงนี้งานเยอะ (ดังตัวอย่างข้างบน) แถมมีสอบอีก แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยเขียนบล๊อกปีละครั้งนี่ ถ้าทำไม่ได้ก็คงไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ ตอนนี้ต้องการกำลังใจมาก ๆ เลย รู้สึกเหมือนตัวเองโดนทิ้ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าถ้าหากเราไม่มีเวลาให้เพื่อน พวกมันก็จะไม่ค่อยยุ่งกับเราเท่าไหร่ เพราะมันเกรงใจ แต่ถ้านาน ๆ เข้า พวกมันก็จะเบื่อหน่าย (แล้วตูก็จะโดนทิ้ง)

เวลางานยุ่ง ๆ จะรู้สึกแบบนี้ตลอดเลย รู้สึกเหมือนคนนู้นก็ไม่สนใจ คนนี้ก็ไม่สนใจ เหมือนตัวเองอยู่คนเดียว อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้ เพราะ "กูโตแล้ว" มีหลายครั้งที่มองไปยังไอ้ของเล่นแถว ๆ บางใหญ่เก่า โหย โคตรน่าเล่นเลยแม่ง ม้าหมุนเงี้ย! บอลน้ำเงี้ย! แม่เจ้าว้อย ทำไมมีแต่เด็กเล่นวะ อยากลงไปแจมชิบหาไม่เจอเลย

วันนี้วันเกิดกวาง แต่ยังไม่ได้กอดพ่อกอดแม่เลย อยากกอดนะ ที่จริงอยากกราบด้วย แต่คงเป็นเพราะเราไม่เคยทำละมั๊ง ถึงไม่กล้า และเพราะโตแล้ว มาคิดทำตอนนี้มันก็กะไรอยู่ ทั้ง ๆ ที่ถ้าทำก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ก็ทำไม่ได้ รู้สึกแย่มาก ๆ ที่ตัวเองเป็นแบบนี้ อยากจะขอบคุณพ่อ อยากจะขอบคุณแม่ ที่ทำให้เราได้มีวันนี้ อยากกอด อยากบอกรัก แต่ไม่กล้า อยากขอโทษในสิ่งที่เคยทำให้พวกเขาเสียใจ แต่อะไรหลาย ๆ อย่างที่บอกว่าเราโตแล้ว ก็ทำให้เราทำไม่ได้อย่างใจ

วันนี้ตั้งใจเต็มที่ จะซื้อพวงมาลัยมาไหว้แม่กับพ่อ แต่กลับลืม เพราะมีโทรศัพท์จากนายจ้างมาพอดี เราก็กำลังดีใจที่ได้งาน แต่กลับกลายเป็นว่าลืมซื้อพวงมาลัยซะอย่างนั้น พอถึงบ้าน ในใจก็คิดว่าไม่เป็นไร ไม่มีพวงมาลัยก็กราบได้วะ กูจะกราบซะอย่าง

แต่พอถึงบ้าน แม่ยังทำงานไม่เสร็จทั้ง ๆ ที่บอกว่าไม่มีลูกค้า ส่วนพ่อยังไม่กลับจากที่ทำงาน ทั้ง ๆ ที่บอกว่าจะรีบกลับ กลับกลายเป็นว่ากลับช้ากันทั้งคู่ ในตอนที่รู้ว่าพ่อกับแม่จะกลับบ้านช้าตอนนั้นรู้สึกอยากร้องไห้มาก ๆ เลย ไม่รู้เพราะอะไร สักพัก มีโทรศัพท์จากนายจ้างเข้ามา บอกให้ไปหาเขาได้แล้ว เราก็ไปดูงาน ว่าเราทำอะไรได้บ้าง เสร็จประมาณ 2-3 ชั่วโมงเนี่ยแหละ จำไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ให้ค่าจ้างเรานะ เพราะยังไม่ได้ตกลงกัน แล้วเราก็แค่ไปดูงานเฉย ๆ ว่าทำได้รึเปล่า พอเสร็จเราก็กลับบ้าน ประมาณทุ่มกว่า พอถึงบ้านก็หาอะไรให้น้องกิน แล้วเราก็อาบน้ำ ขึ้นข้างบน เตรียมตัวรีดผ้า แต่พอดีแม่กลับมาถึงบ้าน เขาถามเราว่า ทำงานบ้านบ้างหรือยัง เราก็บอกว่า กำลังจะรีดผ้า เขาก็ดันนึกว่าเราอู้งานซะอย่างนั้นเลย เฮ้ออออ! โตแล้วลำบากจริง ๆ

.
.
.
.
.
.
อยากขอเวลาทุกคนสัก 5 นาทีนะ ลองปิดเพลงที่ฟังอยู่ Copy ลิงค์ข้างล่างไปใส่ไว้ใน Use ฟังเพลงพื้นที่เล็ก ๆ ของ บอย ตรัย สักพัก แล้วอาจทำให้เราได้เห็น ทิฐิ บางอย่างของเราในใจก็ได้ (ฟังให้เสร็จก่อน ปล่อยใจไปตามเพลง แล้วค่อยอ่านต่อ)
.
.
.
.

http://www.dseason.com/coolsong/coolsong_play.php?id=1889
.
.
.
.
.

-ไอ้ปุ้ยส่งข้อความมายาวเหยียดเลย จำไม่ได้ แต่รู้สึกมันจะประมาณว่า ..." Happy B Day นะไอ้แก่ ขอให้อยู่หนักโลกไปนาน ๆ วันเกิดทั้งที ใส่ชุดวันเกิดให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยเด๊ะ"

-ตอนเย็น ๆ คุณเจ๊ (เขาไม่ให้เราเรียกเขาว่าไอ้เจ๊) ส่งข้อความมาบอกว่า "ไงบายดีนะเว้ย หายหัวไปไหนวะ ตายยังวะ!" คุณพี่เขายังไม่ทราบน่ะ ว่าเป็นวันเกิดตู เขาเลยแช่งให้ตูตายซะอย่างนั้นเลย

-ตอนเย็น ๆ กว่า พี่นัทส่งข้อความมาบอกว่า "สุขสันต์วันเกิดนะไอ้ตัวแสบ" ข้อความเดียวกับไอ้เมย์ปีที่แล้วเลย ... (ให้มันแตกต่างหน่อยเซ่)

เดี๋ยวว่าง ๆ มาเขียนต่อ ยังเขียนไม่เสร็จ โดนแม่ด่าอีกแล้วว้อยยยยยยยยยยยยย
(17/7/50)

ฮ่วย! สอบโคตรเหนื่อยเลย ตูเว้นวรรคทางการเขียนบล๊อกไปกี่วันวะ - -" ไม่รู้ ไม่ได้นับ (ขี้เกียจนับ)

ทีแรกกะจะยัดไอ้ที่เขียนข้างบนลงไปในบล๊อกตั้งแต่วันที่ 17 แล้วล่ะ แต่บังเอิญมันเขียนสดไงพอจะกดบันทึก... มันก็บอกว่าตูไม่ได้ Login ซะอย่างนั้นเลย - - ในตอนนั้น ท่านมารดาก็ยืนถือไม้เรียวอยู่ด้านหลัง... เสียวโว้ย!! บอกเขาว่าเดี๋ยวมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ถ้ายังเดี๋ยวต่อมีสิทธิ์โดนฟาด... แน่นอน ตูก็เลยต้องนอนหลับทับสิทธิ์ รีบ Copy ลง Word ทันที เกือบตาย!!!!!!

วันนี้ไปทำบัตรประชาชนมา ตอนประมาณ 9 โมงก็ถึงอำเภอละ แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไม่รู้ตื่นมาทำหอกอะไร ตื่นมาก็แค่อาบน้ำ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน แล้วนั่งรอเวลารถพ่อออก - -" พอถึงอำเภอ ก็เดินเข้าไปแบบงง ๆ แล้วพ่อก็ไล่ให้กลับมาเอาเอกสารที่รถ เราก็ยังงง ๆ อยู่ พอเดินกลับเข้ามาที่อำเภอ พ่อหายไปไหนก็ไม่รู้ ตูก็เลยงงหนัก แล้วอยู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงตะโกนว่า "น้อง ๆ พ่อน้องไปทางนั้นแล้วค่ะ" (ดังชิบเป้ง) เราก็เลยมองหน้าเขาอย่างงง ๆ แล้วก็เดินไปหาพ่อแบบงง ๆ (ตูจะงงอีกนานมั้ยวะ) แล้วก็ทำบัตรประชาชนแบบงง ๆ เขาให้ทำอะไรก็ทำ เขาไม่สั่งตูไม่ทำ จนกระทั่งปลัดอำเภอรำคาญหรืออะไรไม่ทราบ เดินมาบอกให้พ่อช่วยตูทำบัตรหน่อย น้องเขาไม่รู้เรื่องเลย (พ่อเขาปล่อยให้เราทำบัตรคนเดียว ไม่ช่วยเลยแม่ง!!)

สรุป พอออกมาจากอำเภอ ตูก็ได้บัตรประชาชนมาอย่างงง ๆ นั้นแหละ ถ้าสังเกตดูในรูปถ่ายนะ คุณจะเห็นว่าหน้าตูโคตรงงอะ ประเด็นหลักคือ ตอนเขาบอกให้เรายืนขึ้นแล้วเดินไปตรงโน้น เราก็นึกว่าเราเกะกะการทำงานเขา เราก็เลยเดินไป แล้วเขาก็แชะเข้าให้ - - โอ๊ยยยย รูปออกมาเรอะ เท๊เท่ แทบโยนบัตรทิ้งเลยอะ ผมเผ้าก็ไม่ได้จัด ปิดหน้าปิดตา โอ้จอร์จ เหมือนพม่าหนีเข้าเมืองเลย - -*

จบเหอะ ไม่รู้จะเขียนอะไร เหนื๊อยเหนื่อย การบ้านก็ยังไม่เสร็จ ยังมีสอบซ่อมอีก โอ้ยยยยย!!!!!! ชีวิตนี้ไม่จีรัง
.
.

ป.ล. ทำไมใช้ Firefog copy จาก Word มาลง Blog ไม่ได้วะ!!! ตูเลยต้องใช้ IE เลย - -* (แงะมันมาจากหลืบ)

.
.
รักแม่,รักป๊านะ
กวางทองสีน้ำเงิน